
วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2567 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมรัตนแกรนด์บอลลูม โรงแรมรัตนชล อำเภอเมืองชลบุรี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการรับรู้และเผยแพร่ พระอัจฉริยภาพทางด้านการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกภูมิปัญญา การทอผ้าของไทย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 3 พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “พระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาการทอผ้า”

โดยมี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายกิติพล เวชกุล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขต 8 หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอ และในการนี้ นายวรนัฐ ติรประเสริฐสิน พัฒนาการจังหวัดชลบุรี พร้อมผู้อำนวยการกลุ่มงานทุกกลุ่มงาน พัฒนาการอำเภอ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานด้วย รวมถึง เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาการทอผ้าของไทยของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นี้ เป็นโครงการที่เปิดพื้นที่ เปิดเวทีให้กับพี่ ๆ น้อง ๆ ผู้เป็นอนาคตของชาติ ผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ด้วยการสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย มาทำให้เกิดสิ่งที่ดีต่อชีวิต และยังเป็นการถวายกำลังใจแด่พระองค์ท่านผู้ทรงมีพระปณิธานมุ่งมั่นแน่วแน่ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดงานหัตถกรรมและภูมิปัญญาของคนไทย ด้วยทรงเป็นลูกหลานที่มีพระกตเวทิตาคุณ โดยทรงแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการสนองพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทย ทรงรื้อฟื้นคืนชีวิตผ้าไทยให้มีลมหายใจเมื่อ 50 ปีก่อน และพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยการนำเอาความรู้ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย และเครื่องแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของความเป็นไทย มาต่อยอดให้มีความทันสมัย
“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเปรียบเสมือนเป็นขุนพล “ทหารเอกของชาติ” ในการช่วยทำให้สิ่งดี ๆ อันเป็นอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย ที่จะส่งเสริมความมั่นคงของชาติให้คงอยู่ ด้วยพระอัจฉริยภาพ อันสอดคล้องกับพระราชปณิธานที่มุ่งมั่นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันแน่วแน่ที่ทรงอยากเห็นคนไทยมีความสุข ดังพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และพระราชดำรัส “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งการที่ประเทศชาติจะมีความมั่นคง ประชาชนจะมีความสุข เราจะต้องช่วยกันแก้ไขในสิ่งที่ผิด ดังที่พระองค์ได้เสด็จไปทรงงานในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อช่วยผ่าทางตันผ้าไทย ในด้านการออกแบบลวดลาย รูปลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ และพระราชทานพระดำรัสมากมายเกี่ยวกับการพัฒนาผ้าไทย จากที่เมื่อก่อนนั้นผ้าไทยไม่ค่อยมีความหลากหลาย มีแต่ลวดลายแบบเดิม สีเข้ม ๆ ยิ่งเมื่อดูรูปแบบของการตัดเย็บก็ยิ่งแล้วใหญ่ เชย ไม่น่าสวมใส่ ไม่ทันสมัย โดยเมื่อพระองค์พระราชทานแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และพระราชทานลวดลายผ้าแบบต่าง ๆ ทำให้เกิดความตื่นตัว เกิดกระแสการอยากสวมใส่ผ้าไทยที่เพิ่มพูนขึ้น และด้วยพระวิสัยทัศน์ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน จึงได้พระราชทาน “คณะทำงานผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นคณะที่เปรียบเสมือนวิชชาลัยผ้าเคลื่อนที่ คล้าย ๆ กับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ลงไป coaching ลงไปใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับช่างทอผ้าทั่วประเทศ เพื่อหนุนเสริมองค์ความรู้และทักษะการผลิตผ้าที่จะทำให้เกิดการสร้างรายได้ที่เพิ่มพูน และมีคุณภาพงานที่ได้มาตรฐานขึ้น ทั้งนี้ ด้วยพระอัจฉริยภาพ จึงได้ทรงเป็นบรรณาธิการหนังสือ THAI TEXTILES TREND BOOK ที่เป็นคู่มือถ่ายทอดรูปแบบแนวทางให้กับประชาชนผู้ประกอบการกลุ่มทอผ้า และเยาวชน ได้ยกระดับงานผลิตภัณฑ์จากการทำงานหัตถศิลป์หัตถกรรม ทำให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยมีความหลากหลาย สามารถสวมใส่ได้ในทุกวันและทุกโอกาส ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า อีกด้วย โดยกระทรวงมหาดไทยได้รวบรวมจัดทำเป็นหนังสือเฉลิมพระเกียรติในรูปแบบ E-Book ทาง
https://www.thailandotop.org/rachanaree-flipbook และยิ่งกว่านั้น พระองค์ทรงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของวงจรผ้าไทย จึงพระราชทานพระดำริ Sustainable Fashion “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” เพื่อให้พวกเราตระหนักและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งการผลิตผ้าโดยใช้สีธรรมชาติ การพึ่งพาตนเอง ด้วยการปลูกไม้ให้สีธรรมชาติ จนกระทั่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้ยกย่องพระองค์เป็นเจ้าหญิงผู้ทรงคำนึงถึงแนวทางแห่งความยั่งยืนด้านผ้าให้กับประชาชนคนไทยและโลกใบเดียวนี้”

ด้าน นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรี มีนโยบายส่งเสริมการนำลายผ้าพระราชทาน ไปเป็นต้นแบบให้ข้าราชการ ภาคเอกชน ผู้นำกลุ่มองค์กรและประชาชนสวมใส่ในทุกโอกาสภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้แก่ช่างทอผ้าและผู้ผลิตผ้าของจังหวัดชลบุรี และได้จัดทำมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยของจังหวัดชลบุรี เพื่อรณรงค์ส่งเสริมและให้ข้าราชการภาคเอกชน ผู้นำกลุ่มองค์กรและประชาชนสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ได้แก่ วันจันทร์ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และในโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งในปี 2566 จังหวัดชลบุรีมีรายได้จากการจำหน่ายผ้าไทย จำนวนถึง 11,886,150 บาท นอกจากนี้ ได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการผ้า ร่วมส่งผ้าประกวดในการประกวดผ้าลายพระราชทาน ผ้าลายดอกรักราชกัญญา และงานหัตถกรรม ประจำปี 2566 ซึ่งจังหวัดชลบุรีสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เหรียญนาก ประเภทผ้าบาติก มัดย้อม เขียนเทียน ผลงานของนางจันทวรรณ ฉัตรวัชกุล กลุ่มบาติกเพ้นท์อำเภอศรีราชา และสนับสนุนให้ผู้ผลิตผ้าใช้สีธรรมชาติจากพืชที่มีอยู่ในท้องถิ่นในการย้อมผ้า เช่น การย้อมสีจากเปลือกประดู่ต้นไม้ประจำจังหวัดชลบุรี เปลือกกระโดน เพกา สะเดา เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการ Workshop รูปแบบแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 เป็นการสร้างแบรนด์ให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมสู่ตลาดสากล, กลุ่มที่ 2 การต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมตามเทรนด์แฟชั่นร่วมสมัย, กลุ่มที่ 3 การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด กลุ่มที่ 4 การผลิตเส้นใยและการย้อมสีธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BCG) และกลุ่มที่ 5 กลยุทธ์ทางการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดทักษะที่เป็นเลิศ สามารถนำไปพัฒนาตนเอง ให้เป็นดีไซเนอร์ ให้เป็นผู้ประกอบการ ผู้รักษาและต่อยอดศิลปวัฒนธรรม หัตถศิลป์ หัตถกรรม อันทรงคุณค่าอย่างยั่งยืนสืบไป

Change for good

เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
#สพจ.ชลบุรี
#CHONBURI

(Visited 1 times, 1 visits today)